Author Archives: rattykrutae

Modals of Ability

Modals of Ability

คือ คำกริยาช่วยที่ใช้เพื่อแสดงความสามารถ ในการทำอะไรสักอย่างหนึ่ง ได้แก่คำว่า can, could, be able to

วิธีการใช้

1. can (สามารถ)  ใช้แสดงความสามารถในปัจจุบัน

โครงสร้างประโยค

* S + can  +  V1 (infinitive)

* S + can not (can’t)  + V1 (infinitive)

เช่น

– Wittawat can sing songs very well.  วิทวัส (สามารถ) ร้องเพลงได้เก่งมาก

–  I can’t play the guitar. ฉันไม่สามารถเล่นกีตาร์ / ฉันเล่นกีตาร์ไม่เป็น

 

2. could (สามารถ) รูปอดีตของ can ใช้แสดงความสามารถในอดีต

โครงสร้างประโยค 

* S + could + V1 (infinitive)

* S + could not (couldn’t) + V1 (infinitive)

เช่น

– She couldn’t play basketball when she was ten.  หล่อนไม่สามารถเล่นบาสเก็ตบอลได้ตอนที่หล่อนอายุ 10 ขวบ

– He could swim 100 meters in 60 seconds. เขาสามารถว่ายน้ำได้ 100 เมตร ใน หนึ่งนาที

 

3. be able to (สามารถ) ใช้แสดงความสามารถในปัจจุบัน  อดีต และอนาคต ซึ่งจะมีรูปแบบแตกต่างกันไป

รูปปัจจุบัน

โครงสร้างประโยค

* S +  be ( is, am, are )  + able to  + V1 (infinitive)

* S +  is not (isn’t) , am not , are not (aren’t) + able to + V1 (infinitive)

เช่น

–  Lifeguards are able to  recognize when swimmers are in danger. เจ้าหน้าที่ช่วยชีวิตสามารถรู้ว่าเมื่อไหร่คนว่ายน้ำตกอยู่ในอันตราย

–  He isn’t able to  find the answer for his homework. เขาไม่สามารถหาคำตอบสำหรับการบ้านของเขาได้

 

รูปอดีต 

โครงสร้างประโยค

* S + was, were + able to + V1 (infinitive)

* S + was not (wasn’t) , were not (weren’t) + V1 (infinitive)

เช่น

–  After treatment he was able to return to work. หลังจากเสร็จสิ้นการรักษา เขาสามารถกลับไปทำงานได้

–  Our team wasn’t able to win the game  yesterday. ทีมของพวกเราไม่สามารถเอาชนะเกมเมื่อวานนี้ได้

 

รูปอนาคต

โครงสร้างประโยค

* S + will + be able to + V1 (infinitive)

* S + will not (won’t) + be able to + V1 (infinitive)

เช่น

–  I will be able to drive a car in 2 years. ฉันจะ (สามารถ) ขับรถได้ในอีก 2 ปีข้างหน้า

–  Susan won’t be able to go to the party tonight. ซูซานจะไม่สามารถไปงานปาร์ตี้คืนนี้

 

Flower39Flower39Flower39Flower39Flower39Flower39

 

 

แบบฝึกหัด

 

If Clause Type II

ประโยคเงื่อนไขแบบที่ 2 หรือ If-clause แบบที่2 (Second Conditional / If Clause type II)

ใช้กับการสมมติเหตุการณ์ที่ตรงข้ามกับความเป็นจริงในปัจจุบันเช่น   If he studied hard, he would get grade 4 in English. 

        ถ้าเขาตั้งใจเรียน เขาจะได้เกรด 4 ในวิชาภาษาอังกฤษ

ความจริงคือเขาไม่ตั้งใจเรียนวิชาภาษาอังกฤษก็เลยไม่ได้เกรด 4 (ตรงข้ามกับความจริงในปัจจุบัน)

สำหรับโครงสร้างประโยคเงื่อนไขแบบที่ 2 เป็นดังนี้

ส่วนที่เป็น if-clause          +     ส่วนที่เป็น main clause

 If  +  S   +  V2            ,           S +  would +  V1

เครื่องหมาย comma

ตัวอย่าง

– If I had more money, I would build a new house. ถ้าฉันมีเงินมาก ฉันจะสร้างบ้านหลังใหม่
ความจริงคือไม่มีเงินมาก ก็เลยไม่ได้สร้างบ้านหลังใหม่

– If I were you, I would not let him do such things. ถ้าฉันเป็นเธอ ฉันจะไม่ให้เขาทำแบบนั้น                                                                                                  ความจริงคือ ฉันไม่สามารถเป็นเธอได้

ประโยคปฏิเสธ มีโครงสร้างดังนี้

If + S + didn’t + V1 , S + would not + V1

ตัวอย่าง

– If she were happy in her job, she wouldn’t be looking for another one.

– If you didn’t drink so much coffee, you would sleep better.

**การทำให้เป็นปฏิเสธ**

–  ในส่วนของ if clause ประธานทุกตัว ใช้ didn’t (did not) แล้วตามด้วยกริยาช่องที่ 1

–  ในส่วนของ main clause รูปปฏิเสธของ would คือ would not หรือ wouldn’t ใช้ได้กับประธานทุกตัว

ประโยคคำถาม มีโครงสร้างดังนี้

          What + would + S + V1 + if + S + V2 ? 

ตัวอย่าง

– What would you do if you were rich?

  •  If I were rich , I would buy a huge house.

– What would you do if you had a lot of money?

  •  If I had a lot of money, I would travel around the world.

หรือ      Would + S + V1 + if + S + V2 ?

ตัวอย่าง

– Would you work if you were rich?   Yes, I would. / No, I wouldn’t.

Would you give money to the poor if you had millions dollars?

แบบฝึกหัด  เฉลย

 

             images (1) welc-caterpillar1imagesm-web-jpgeimages (1)

            ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บบล็อกเรียนอังกฤษwithครูแต นะคะ  ก่อนอื่นขอเล่าความเป็นมาของบล็อกนี้ก่อนนะคะ เนื่องจากว่าเป็นคนที่ชื่นชอบและสนใจในการสร้างสื่อการเรียนการสอนโดยใช้เทคโนโลยี ก็เลยสมัครเข้ารับการอบรมตามโครงการครูไทยก้าวไกลด้วย social media ประจำปี 2555 พี่ๆ และทีมงานวิทยากร ให้ความรู้มากมายในการสร้างเว็บบล็อก นับว่าเป็นสื่อการเรียนการสอนที่น่าสนใจค่ะ  ซึ่งปัจจุบันนี้ นักเรียนทุกคนก็ใช้อินเตอร์เน็ตอยู่แล้ว เว็บบล็อกของ wordpress.com สามารถเข้าถึงเนื้อหาได้ง่ายค่ะ ไม่มีโฆษณามากวนใจอีกด้วย  นักเรียนสามารถเข้ามาศึกษาเนื้อหา โหลดและส่งงานได้ทันที  ดังนั้น หลังจากอบรมเสร็จจึงได้กลับมาทำเว็บบล็อกใหม่และปรับปรุงแก้ไขเนื่้อหาให้เหมาะสมกับนักเรียนที่สอนและบุคคลทั่วไปค่ะ ตอนนี้ก็พยายามจะทำต่อเรื่อยๆ   หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ได้เข้ามาเรียนรู้ ไม่มากก็น้อย หากผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ สามารถแสดงความคิดเห็น และให้คำแนะนำได้ค่ะ

คู่มือการใช้งานเว็บบล็อก

Labels ในฉลากมีอะไรบ้างเอ่ย

สวัสดีค่ะ นักเรียนทุกคน วันนี้ครูเอาเรื่อง Labels ที่เราเพิ่งจะเริ่มเรียนมาลงให้นักเรียนได้อ่านเพิ่มเติมนะคะ

เรียนรู้คำศัพท์การขับเรือ

มีนักเรียนสงสัยว่า ขับเรือ จะพูดเป็นภาษาอังกฤษอย่างไร ก็เลยขอเอาสำนวนที่ใช้สำหรับการขับเรือ  ลงเรือ มาให้อ่านกันค่ะ

ขับเรือ    sail a boat

ลงเรือ   get on a boat , board a ship  , get into a boat

ขึ้นฝั่ง  (ออกจากเรือ) get off a boat, get out of a boat

ขอแถมยานพาหนะอื่นๆ นะคะ

ขึ้นรถจักรยาน หรือรถมอเตอร์ไซด์ จะใช้ get on เช่น get on the bicycle, get on the motorcycle

ขึ้นรถยนต์ จะใช้ get in เช่น get in the car

ขึ้นรถบัส เครื่องบิน หรือ รถไฟ จะใช้ get on เช่น get on the bus , get on the plane, get on the train

ลงรถจักรยาน หรือรถมอเตอร์ไซด์ จะใช้  get off เช่น  get off the bicycle , get off the motorcycle

ลงรถยนต์ จะใช้ get out เช่น get out of the car

ลงรถบัส เครื่องบิน หรือ รถไฟ จะใช้  get off  เช่น get off the bus, get off  the plane,  get off the train

ขอขอบคุณ

http://www.grammar-quizzes.com/preps_place.html