Category Archives: ทั่วไป

             images (1) welc-caterpillar1imagesm-web-jpgeimages (1)

            ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บบล็อกเรียนอังกฤษwithครูแต นะคะ  ก่อนอื่นขอเล่าความเป็นมาของบล็อกนี้ก่อนนะคะ เนื่องจากว่าเป็นคนที่ชื่นชอบและสนใจในการสร้างสื่อการเรียนการสอนโดยใช้เทคโนโลยี ก็เลยสมัครเข้ารับการอบรมตามโครงการครูไทยก้าวไกลด้วย social media ประจำปี 2555 พี่ๆ และทีมงานวิทยากร ให้ความรู้มากมายในการสร้างเว็บบล็อก นับว่าเป็นสื่อการเรียนการสอนที่น่าสนใจค่ะ  ซึ่งปัจจุบันนี้ นักเรียนทุกคนก็ใช้อินเตอร์เน็ตอยู่แล้ว เว็บบล็อกของ wordpress.com สามารถเข้าถึงเนื้อหาได้ง่ายค่ะ ไม่มีโฆษณามากวนใจอีกด้วย  นักเรียนสามารถเข้ามาศึกษาเนื้อหา โหลดและส่งงานได้ทันที  ดังนั้น หลังจากอบรมเสร็จจึงได้กลับมาทำเว็บบล็อกใหม่และปรับปรุงแก้ไขเนื่้อหาให้เหมาะสมกับนักเรียนที่สอนและบุคคลทั่วไปค่ะ ตอนนี้ก็พยายามจะทำต่อเรื่อยๆ   หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ได้เข้ามาเรียนรู้ ไม่มากก็น้อย หากผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ สามารถแสดงความคิดเห็น และให้คำแนะนำได้ค่ะ

คู่มือการใช้งานเว็บบล็อก

Advertisements

Frequency Adverbs and Expressions

สวัสดีค่ะ  ปีการศึกษาใหม่นี้ได้สอน ม.3 ด้วย ก็เลยเอาเนื้อหามาลงเพื่อให้นักเรียนได้ทบทวนและก็ฝึกทำแบบฝึกหัดค่ะ

Frequency Adverbs and Expressions

คำกริยาวิเศษณ์ และสำนวนที่ใช้บอกความถี่

เราใช้กริยาวิเศษณ์ บอกความถี่ ในการตอบคำถาม How often….? (บ่อยแค่ไหน) ตำแหน่งของมันจะอยู่หน้าคำกริยา

คำกริยาวิเศษณ์บอกความถี่ได้แก่

always (100%) สม่ำเสมอ      usually (80%) เป็นประจำ    often (60%)  บ่อยๆ

sometimes (30%) บางครัั้ง        seldom/rarely (10%) นานๆ ครั้ง

never (o%) ไม่เคยเลย

ตัวอย่างประโยค

* How often do you watch TV?  คุณดูทีวีบ่อยแค่ไหน

I always watch TV in the evening. ฉันดูทีวีในตอนเย็นเสมอๆ

* How often do you go shopping? คุณไปซื้อของบ่อยแค่ไหน

I sometimes go shopping. ฉันไปซื้อของเป็นบางครั้ง

****จะเห็นได้ว่า always กับ sometimes เป็นคำกริยาวิเศษณ์บอกความถี่ วางอยู่หน้าคำกริยาคำว่า watch และ go

นอกจากคำกริยาวิเศษณ์ที่ใช้บอกความถี่แล้ว เรายังสามารถใช้สำนวนในการบอกความถี่ได้อีกด้วย

ตัวอย่างสำนวนที่ใช้ในการบอกความถี่ เช่น everyday ทุกวัน    three times a week สัปดาห์ละสามครั้ง   twice a week สัปดาห์ละสองครั้ง  once a month เดือนละครั้ง เป็นต้น

ตัวอย่างประโยค

* How often do you play football? คุณเล่นฟุตบอลบ่อยแค่ไหน

I play football twice a week. ฉันเล่นฟุตบอลสัปดาห์ละ  2 ครั้ง

* How often does your mother cook? แม่ของคุณทำอาหารบ่อยแค่ไหน

She cooks everyday. หล่อนทำอาหารทุกวัน

**** จะเห็นได้ว่าตำแหน่งของสำนวนที่ใช้บอกความถี่ (twice a week กับ everyday) จะวางไว้ท้ายประโยค

ลองมาทำแบบฝึกหัดกันค่ะ คลิก

ภาษาลาว เขาพูดกันยังไงน้า

ทริปเวียงจันทร์  ประทับใจหลายอย่างค่ะ นอกจากสถานที่ที่สวยงามแล้ว ยังมีภาษาลาวที่น่าสนใจด้วยนะคะ พยัญชนะคล้ายกับของไทยเรา เวลาคนลาวพูด ฟังดูคล้ายกับภาษาอีสาน ตัวหนังสือลาวก็น่ารักค่ะ  ดิฉันและคณะ สนุกสนานกับการฝึกอ่านตัวหนังสือลาวกันค่ะ น้องไกด์บอกว่าพยัญชนะลาวมีอยู่แค่  26 ตัวเท่านั้น  แล้วก็สอนคณะเราหลายคำ อาทิเช่นคำว่า “โดย” มีความหมายว่า  “ค่ะ” หรือ “เจ้า” (ภาษาเหนือ)  คำว่า “ของ” แปลว่า “อวัยวะเพศ” โรงพยาบาล เขาเรียก “โรงหมอ” เขาบอกที่เรียกแบบนี้ก็เพราะว่า เป็นสถานที่หมอรักษา ไม่ใช่พยาบาลรักษา  ลองมาดูพยัญชนะลาวกันนะคะ

สระลาว


ที่มา http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=riopai&month=16-11-2009&group=2&gblog=16

เริ่มจาก สระ อะ อา อิ อี อึ อื อุ อู เอะ เอ แอะ แอ โอะ โอ เอาะ ออ เออะ เออ เอียะ เอีย อัวะ อัว ไอ ใอ เอา อำ

ไม้กงเหมือนไม้หันอากาศกลับหัว ใช้แทนสระโอะลดรูป เช่น  คนลาว ค้นคว้า หลงโตเอง

ไม้กัน  ใช้เหมือนไม้หันอากาศ เช่น ฮับฮู้ คั้งแฮก ตั้งใจ

ยอเฟื้อง ใช้แทนสระเอียในคำที่มีตัวสะกด เช่น นักเฮียน แลกเปี่ยน เฮ็ดเวียก เป็นต้น

พยัญชนะเขามีน้อยกว่าของเราค่ะ ทีนี้ก็ลองมาฝึกอ่านภาษาลาวกันนะคะ

1.

2.

3.

4.

5.

เป็นยังไงบ้างคะ อ่านได้ไหมเอ่ย ดิฉันก็ลองอ่านได้ดังนี้ค่ะ ไม่รู้ว่าจะถูกหรือเปล่า ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะคะ

1. เขดห้ามสูบยา

2. กำแพงนะคอน

3. เคื่องกิลาคำแฝง / ร้านกิลาคำพองบีที

4. ศาลาหอสมุดแห่งชาด  / สมาคมส่งปึ้มฮูปให้เด็กน้อยลาว แห่งยี่ปุ่น / ฮักอ่าน

5. ห้องว่ากานลัดถะบาน

Trip to Laos

“สะบายดีค่ะ” ขอทักทายด้วยภาษาลาวนะคะ เพราะว่าเพิ่งกลับจากลาวมา เป็นทริปที่สนุกมาก ทริปนี้ไปกับคณะครูที่โรงเรียนค่ะ นั่งรถบัสประมาณ 10 กว่าชั่วโมง ถึง จ.หนองคาย คณะเราข้ามแดนไปยังนครเวียงจันทร์ (Vientiane) โดยรถบัสลาว มีไกด์สาวชาวลาวเป็นผู้นำเที่ยว น้องไกด์น่ารักมากค่ะ บรรยายข้อมูลเกี่ยวกับลาวเยอะแยะมากมาย แถมยังแนะนำเรื่องการซื้อของ การต่อรองราคาของ รวมทั้งแนะนำเรื่องการใช้โทรศัพท์ในลาว 2 วิธีคือ 1. เปิดโรมมิ่ง 2. ซื้อซิมลาวใช้ แต่ถ้าไม่ทำอะไร แต่เปิดโทรศัพท์ไว้ แค่มีข้อความเข้าก็จะเสียนาทีละ 20 กว่าบาท ถ้ารับสายจะเสียนาทีละ 30 กว่าบาท และถ้าโทรออกก็จะเสียนาทีละ 40 กว่าบาท  กดสายทิ้งก็ยังเสียอีกค่ะ ก็เลยปิดโทรศัพท์ซะเลย

ที่แรกที่เราไปเยือนก็คือ ร้านช็อปปิ้ง ไกด์พาเราไปละลายทรัพย์ก่อนเป็นอันดับแรก เราก็เลยได้ของติดไม้ติดมือมานิดนึง เพราะยังมีที่ที่ต้องไปอีกเยอะ จากนั้นไกด์ก็พาคณะไปยังหอคำ หรือพิพิธภัณฑ์หอพระแก้ว (Ho Phra Keo or Temple of the Emerald Buddha) เป็นสถานที่ที่เคยประดิษฐาน พระแก้วมรกต หรือ พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร  ปัจจุบันเหลือเพียงพระแท่นที่ประดิษฐาน เพราะพระแก้วมรกตองค์ปัจจุบันได้รับการอัญเชิญลงมาประทับที่กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังจัดแสดง พระแท่นบัลลังก์ปิดทองจารึกพระไตรปิฏก ภาษาขอมและกลองสำริดประจำราชวงศ์ลาว พระพุทธรูปเขาดูแปลกๆ แต่ก็สวยไปอีกแบบ

จากนั้นเราก็ไปนมัสการเจ้าแม่ศรีเมือง ซึ่งตั้งอยู่ในวัดศรีเมือง (Wat Si Muang) เป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิ์มีคนลาว-ไทย  และชาวต่างประเทศไปสักการบูชา กราบไหว้เพื่อเป็นสิริมงคล ผู้มาเยือนมักจะเสี่ยงทายดวงชะตา ตามตำนานเล่าต่อ ๆ กันมา ขออะไร มักสมหวังดังปรารถนา ไกด์บอกว่าใครอธิษฐานขออะไรก็จะได้ค่ะ แต่ให้ใช้คำว่า”ขอ” แทนคำว่า “บน”  เพราะถ้าใช้คำว่า “บน” แล้วเกิดได้จริง ก็จะต้องกลับมาแก้บนที่ลาวค่ะ ก็เลยใช้คำว่า “ขอ” หลายอย่างเลย ^-^

  

มื้อแรกในลาวเป็นมื้อกลางวัน อาหารก็เหมือนกับไทยเรานี่แหละค่ะ แต่รสชาติต่างกันนิดหน่อย ลาบอีสานจะเผ็ดมาก ใส่พริกเป็นท่อนๆ เลย ต้มแซ่บก็แซ่บหลาย

ทานอาหารเสร็จก็เข้าที่พัก เขาให้เราพักโรงแรมสี่ดาว ก่อนที่จะมาลาว มีครูคนหนึ่งบอกว่า โรงแรมสี่ดาวและห้าดาวเขาจะเหมือนกับโรงแรมบ้านเราเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่พอไปถึง กลับตรงกันข้าม ห้องพักสะอาด สวยงาม น่านอนมากค่ะ วิวก็สวย เราอาบน้ำแต่งตัวแล้วไปดูงานที่โรงเรียนมัธยมสมบูรณ์ศาลาคำ โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนมัธยม มีตั้งแต่ชั้น ม.1-7 ม.ต้นเขาคือ ม.1- ม.4 ส่วน ม.5-7 เป็น ม.ปลาย นักเรียนเยอะมาก การแต่งกายจะเป็นเชิ้ตแขนสั้นและยาวสีขาวทั้งชายหญิง ชายจะนุ่งกางเกงขายาว ส่วนหญิงจะนุ่งผ้าถุง ส่วนรองเท้าหลากหลาย ผ้าใบบ้าง คัชชูบ้าง รองเท้าแฟชั่นบ้าง

   

เขาเริ่มเทอมแรกตอนเดือนกันยายน ถึงเดือนมกราคม  ส่วนเทอมสองจะเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมิถุนายน  ในแต่ละวันนักเรียนจะเริ่มเรียนตอน 8.30 – 11.30 จากนั้นก็พักประมาณสองชั่วโมง แล้วกลับมาเรียนอีกทีเวลา 14.00 – 16.30 น. เวลาพักตั้ง 2 ชั่วโมงครึ่งแน่ะค่ะ

จากนั้นเราก็ไปเที่ยวที่อนุสาวรีย์ประตูชัย (Patuxai) เป็นอนุสรณ์สถานเพื่อระลึกถึงประชาชนชาวลาวผู้เสียสละชีวิตในสงครามก่อนหน้าการปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์ การออกแบบลักษณะสถาปัตยกรรมได้รับอิทธิพลของประตูชัยในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เจ้าอาณานิคมในสมัยนั้น แต่ลักษณะสถาปัตยกรรมก็ยังมีเอกลักษณ์ของลาวปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูปศิลปะลาว ภาพเรื่องราวมหากาพย์รามายณะ แบบปูนปั้นใต้ซุ้มประตูโค้งของประตูชัย แบบศิลปะที่รับอิทธิพลจากอินเดีย และล้านช้าง ยิ่งใหญ่จริงๆ ค่ะ ใครไม่ได้เอากล้องไป เขาก็มีบริการถ่ายรูปให้มีหลายราคาให้เลือก

มื้อเย็น มีพิธีบายศรีสู่ขวัญสำหรับผู้มาเยือนด้วยค่ะ คล้ายๆ กับพิธีบายศรีในบ้านเรา เดินออกจากโรงแรมจะขึ้นรถไปเที่ยวตลาดไนท์ เจอแม่ค้านั่งขายของอยู่ พากันไปดู เจอของเหมือนกับที่ซื้อมาเมื่อเช้า แต่ราคาถูกกว่า ก็เลยพากันซื้ออีกรอบจากนั้นไกด์ก็พาคณะไปช็อปปิ้งที่ตลาดไนท์ริมฝั่งโขง ตรงนี้มีสัญญาณ DTAC สามารถเปิดโทรศัพท์โทรได้ แต่ไม่ได้ใช้ DTAC เลยอดโทรเลยค่ะ บรรยากาศบริเวณตลาดไนท์ดีมากเลย อากาศเย็นสบาย แต่ก็ไม่ได้ถ่ายรูป เพราะมัวแต่ไปซื้อของฝากอีก ซื้อเสร็จไกด์ก็เรียกขึ้นรถทันที

ตื่นเช้าก่อนออกจากโรงแรมก็ยังสนุกสนานกับการซื้อของที่เขาเอามาขายข้างๆ โรงแรมอีก ไกด์พาคณะเราไปนมัสการพระธาตุหลวง (Phra That Luang) ซึ่งเป็นโบราณสถานที่สำคัญมากของนครเวียงจันทร์ และเป็นศูนย์รวมใจของประชาชนชาวลาวทั่วประเทศ องค์พระธาตุมีความสูง 45 เมตร รูปลักษณะคล้ายดอกบัวตูม อันหมายถึงสัญลักษณ์คำสอนของพระพุทธเจ้า มีพระธาตุเล็กอยู่บนพระธาตุใหญ่ชั้นที่สอง รองทั้งสี่ด้าน มี 30 องค์เรียกวา “สัมมติงสบารมี” อยู่ในธาตุองค์เล็กทั้ง 30 องค์นี้ การที่ได้สร้างพระธาตุขนาดเล็กนี้ขึ้นมา มีความหมายว่า “ผู้ที่จะได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น จะต้องได้สร้างคุณงามความดีไว้ให้ถึง 30 ประการ มีทานบารมี เป็นต้น จนถึงอุเบกขา ปรมัตถบารมีเป็นปริโยสาน”

นอกบริเวณทางทิศเหนือ และทางทิศใต้ มีวัดสำหรับพระภิกษุสามเณรอยู่อาศัย เรียกว่า “วัดธาตุหลวงเหนือและวัดธาตุหลวงใต้” วัดเขาสวยมากค่ะ เหมือนพระราชวังเลย

ประทับใจทุกที่ที่ไปค่ะ เสียดายที่มีเวลาน้อย เลยไม่ได้ไปทั่วทุกที่ในเวียงจันทร์ ไกด์สาวลาวส่งเราถึงตรงจุดผ่านแดน รู้สึกใจหายเหมือนกันค่ะที่ต้องจากกัน ก็น้องไกด์ทั้งน่ารักและก็พูดเก่งมาก โอกาสหน้าฟ้าใหม่ หวังว่าจะมีโอกาสได้ไปอีก ขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมทำให้ทริปนี้สนุกสนาน ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

การบอกรักของ 10 ประเทศอาเซียน

การบอกรัก 10 ประเทศอาเซียน

ไหนๆ ก็เอาเรื่องความเป็นมาของอาเซียน และก็เพลงอาเซียนมาให้แล้ว วันนี้ก็เลยหาคำบอกรัก ของ 10 ประเทศอาเซียน มาให้อ่านเล่นๆ กันค่ะ เผื่อจะเอาไปบอกรักเพื่อนๆ ญาติพี่น้อง ครูบาอาจารย์ หรือว่าจะบอกรักแม่ ในวันแม่ที่จะถึงนี้ก็ได้นะคะ

    Brunei Darussalam

บรูไน เรียกว่า  ซายาจินตากันมู (Saya cintakan mu)

    Cambodia

เขมร เรียกว่า บองสรันโอน (Bon sro lahn oon)

   Indonesia

อินโดนีเซีย เรียกว่า ซายาจินตาปาดามู (Saya cintapada mu)

    Laos

ลาว เรียกว่า ข้อยฮักเจ้า (Khoi Hak Jao)

   Malaysia

มาเลเซีย เรียกว่า ซายาจินตามู (Saya cinta mu)

   Myanmar

พม่า เรียกว่า จิตพาเด (chit pa de)

  The Philippins

ฟิลิปปินส์ เรียกว่า มาฮัลกะตา (Mahal kata)

   Singapore

สิงคโปร์ เรียกว่า ไอเลิฟยู (I love you)

  Thailand

ไทย เรียกว่า ฉันรักเธอ (Chan Rak Ter)

  Viet Nam

เวียดนาม เรียกว่า ตอยยิ่วเอ๋ม (Toi yue em)